โอนรถให้ญาติ พ่อแม่ลูก และโอนรถมรดก ทำยังไง เสียเท่าไร

โอนรถให้ญาติ พ่อแม่ลูก และโอนรถมรดก ทำยังไง เสียเท่าไร

คำตอบเร็ว: การโอนรถให้ญาติ (พ่อ แม่ ลูก พี่น้อง คู่สมรส) ใช้ขั้นตอนและค่าธรรมเนียมเดียวกับการโอนซื้อขายทั่วไป คือค่าโอน 100 บาท + คำขอ 5 บาท + ตรวจสภาพ 50 บาท + อากรแสตมป์ 0.5% ของราคาประเมิน ไม่มีส่วนลดพิเศษสำหรับเครือญาติ ส่วนการโอนรถของผู้เสียชีวิต (โอนมรดก) ต้องใช้ใบมรณบัตร + เอกสารแสดงสิทธิทายาท เช่น คำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก หรือหนังสือผลสอบปากคำทายาทจากอำเภอ

กรณีที่ 1: โอนให้ญาติขณะเจ้าของยังมีชีวิต

ขั้นที่ 1: เตรียมเอกสารสองฝ่าย

  • เล่มทะเบียนรถตัวจริง
  • สำเนาบัตรประชาชนผู้โอนและผู้รับโอน
  • แบบคำขอโอนและรับโอน (เขียน "ให้" ในช่องเหตุแห่งการโอนได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นซื้อขาย)
  • หนังสือมอบอำนาจ + สำเนาบัตรผู้รับมอบ กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปไม่ได้

ขั้นที่ 2: นำรถตรวจสภาพที่ขนส่ง แล้วยื่นงานทะเบียน

เหมือนการโอนปกติทุกอย่าง — ดูรายละเอียดเต็มที่ โอนรถมือสองทีละขั้น หมายเหตุ: อากรแสตมป์คิดจาก "ราคาประเมินกลาง" ของขนส่ง ไม่ใช่ราคาที่ตกลงกันเอง ต่อให้ยกให้ฟรีก็ต้องเสียอากรตามราคาประเมิน

กรณีที่ 2: โอนรถมรดก (เจ้าของเสียชีวิต)

ขั้นที่ 1: ดูว่ามีผู้จัดการมรดกหรือไม่

  • มีคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก: ง่ายสุด ผู้จัดการมรดกลงนามโอนได้เลย ใช้คำสั่งศาลตัวจริงประกอบ
  • ไม่มีผู้จัดการมรดก: ทายาทไปขอ "หนังสือรับรองผลการสอบปากคำทายาท" ที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ โดยทายาทลำดับอื่นต้องให้ความยินยอม

ขั้นที่ 2: เตรียมเอกสารมรดก

เอกสารหมายเหตุ
เล่มทะเบียนรถตัวจริงของผู้เสียชีวิต
สำเนาใบมรณบัตรทุกกรณี
คำสั่งศาล หรือพินัยกรรม หรือผลสอบปากคำทายาทอย่างใดอย่างหนึ่ง
บัตรประชาชน + ทะเบียนบ้านทายาทผู้รับโอนตัวจริง

ขั้นที่ 3: นำรถ + เอกสารไปสำนักงานขนส่งที่รถจดทะเบียน

ตรวจสภาพรถ (50 บาท) ยื่นงานทะเบียน ชำระค่าธรรมเนียมชุดเดียวกับการโอนปกติ (คำขอ 5 + โอน 100 + อากรแสตมป์ตามราคาประเมิน)

ขั้นที่ 4: จัดการภาษีค้างก่อนโอน (ถ้ามี)

รถผู้เสียชีวิตมักจอดทิ้งไว้จนภาษีขาด — ถ้าขาดไม่เกิน 3 ปี จ่ายภาษีย้อนหลัง + เงินเพิ่มร้อยละ 1 ต่อเดือนก่อนหรือพร้อมโอนได้ (ดูวิธีคิดค่าปรับ) แต่ถ้าขาดเกิน 3 ปี ทะเบียนถูกระงับแล้ว ต้องเดินเรื่องจดทะเบียนใหม่ควบคู่กับการโอนมรดก และรถอายุเกิน 7 ปีต้องมีผลตรวจสภาพก่อนต่อภาษี — หาศูนย์ ตรอ. ได้ที่ tro-th.netlify.app

คำแนะนำจากสนามจริง

อย่าปล่อยรถมรดกค้างชื่อผู้เสียชีวิตนานเกินจำเป็น เพราะยิ่งนานเอกสารยิ่งซับซ้อน ภาษีเดินทุกปี และขายต่อไม่ได้จนกว่าจะโอนเรียบร้อย เมื่อโอนเสร็จแล้วเช็กอัตราภาษีประจำปีของรถและต่อให้เป็นปัจจุบันทันที

สรุปค่าใช้จ่ายทั้งสองกรณี (ตัวอย่างรถประเมิน 200,000 บาท)

รายการโอนให้ญาติโอนมรดก
ค่าคำขอ5 บาท5 บาท
ค่าธรรมเนียมโอน100 บาท100 บาท
ค่าตรวจสภาพรถที่ขนส่ง50 บาท50 บาท
อากรแสตมป์ (0.5% ของราคาประเมิน)1,000 บาท1,000 บาท
ค่าขอหนังสือสอบปากคำทายาท/คำสั่งศาลตามจริง
รวมโดยประมาณ1,155 บาท1,155 บาท + ค่าเอกสารทายาท

คำถามแทรกที่เจอบ่อย

โอนให้คู่สมรสหลังหย่า ต้องทำยังไง? ถ้ารถเป็นสินสมรสและระบุในบันทึกท้ายทะเบียนหย่าหรือคำพิพากษา ให้แนบเอกสารนั้นประกอบการโอน ขั้นตอนที่ขนส่งเหมือนโอนปกติ อากรแสตมป์ยังคิดตามราคาประเมิน

ทายาทอยู่คนละจังหวัดกับทะเบียนรถ? ยื่นโอนพร้อมแจ้งย้ายปลายทางได้ที่ขนส่งจังหวัดทายาทในเที่ยวเดียว รถได้ป้ายจังหวัดใหม่ (ค่าป้าย 200 บาท)

รถมรดกติดไฟแนนซ์อยู่? ต้องปิดยอดหรือให้ไฟแนนซ์พิจารณาเปลี่ยนสัญญาผู้เช่าซื้อเป็นทายาทก่อน จึงจะเดินเรื่องโอนทะเบียนได้ ติดต่อสถาบันการเงินเป็นด่านแรก


อัปเดตล่าสุด: 19 กรกฎาคม 2569 | อ้างอิง: กรมการขนส่งทางบก dlt.go.th

คำถามที่พบบ่อย

โอนรถให้ลูกฟรี ๆ ไม่มีการซื้อขาย ต้องเสียอากรแสตมป์ไหม

ต้องเสีย อากรแสตมป์คิดจากราคาประเมินกลางของกรมการขนส่งทางบก (0.5% หรือ 500 บาทต่อแสน) ไม่ได้คิดจากราคาซื้อขายจริง ยกให้ฟรีก็ใช้ฐานราคาประเมินเดิม

เจ้าของรถเสียชีวิต ยังไม่ตั้งผู้จัดการมรดก โอนรถได้ไหม

ได้ โดยทายาทไปขอหนังสือรับรองผลการสอบปากคำทายาทที่สำนักงานเขต/อำเภอ พร้อมความยินยอมของทายาทลำดับอื่น แล้วใช้ยื่นโอนที่ขนส่งแทนคำสั่งศาลได้ แต่ถ้าทายาทหลายคนหรือมีข้อพิพาท แนะนำตั้งผู้จัดการมรดกผ่านศาลจะเร็วกว่าในระยะยาว

รถมรดกจอดทิ้งจนภาษีขาดหลายปี ต้องจ่ายย้อนหลังไหม

ต้องจ่าย ภาษีค้างและเงินเพิ่ม 1% ต่อเดือนติดตัวรถ ไม่ได้หายไปเมื่อเจ้าของเสียชีวิต ถ้าขาดเกิน 3 ปีทะเบียนถูกระงับ ต้องเดินเรื่องจดทะเบียนใหม่ควบคู่กับการโอนมรดกด้วย